วันนี้ได้ค้นเจอ Blog นึง รวบรวมตัวย่อ เวลาเราแชทกับฝรั่ง มักจะเจอบ่อย แต่ไม่มีใครยอมแปลให้เท่าไหร่ เลย ขออนุญาต ยกตัวอย่างและ ยกเครดิตให้เจ้าของ blog ไว้ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันค่ะ
OMG = Oh my god(gosh)
Oh my god. เป็นคำอุทานไม่หยาบคายอะไร แปลว่า "โอ้ พระเจ้า(จอร์ชมันยอดมาก)"
LoL / lol = Laugh Out Loud แปลว่า 555555+ (อารมณ์เดียวกันค่ะ)
FYI = For your information แปลประมาณว่า จึงเรียนมาเพื่อทราบ อ่ะค่ะ
ส่วนที่เหลือ ค่อนข้างหยาบแต่เจอบ่อย... หาอ่านตาม Link ด้านล่างเลยค่ะ ^^!
http://dektp.tee-pak.com/phpBB2/viewtopic.php?p=6507
วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
Slang ภาษาอังกฤษ (2)
วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555
เรื่องความเข้าใจผิด ของคนอังกฤษ และ คนอเมริกัน
วันนี้เกิดเรื่องใหญ่ระหว่างเพื่อนสาวชาวอังกฤษ และอเมริกัน
เดินเข้าไปฟังแล้วก็ให้นึกขำในเรื่องความต่างของภาษาอังกฤษด้วยกัน
ขนาดคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เหมือนกันยังมายืนทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดง แล้วเราล่ะ จะเหลืออะไร๊?
เรื่องก็มีอยู่ว่า ขณะเพื่อนทั้งสองกำลังทานอาหารอยู่นั้น เพื่อนชาวอังกฤษก็เอ่ยขึ้นว่า
"นี่เธอ ช่วยหยิบ Napkin ให้ผืนนึงสิจ๊ะ" ^^
เพื่อนอเมริกันไม่รอช้า วิ่งเข้าห้องไปหยิบผ้าอนามัยมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร 1 แผ่น...
เพื่อนอังกฤษก้มหน้านิ่ง สักพัก ก็เงยหน้าขึ้นมาถามเพื่อนอเมริกันว่า เธอเกลียดอะไรชั้นเหรอ?
แล้ววิวาทะ ก็เริ่มเปิดฉาก.... จนกระทั่งดิฉันเดินเข้ามา
เรื่องนี้เกิดจากการแปลความหมายของคำว่า Napkin ของทั้งสองชาตินั้นต่างกันค่ะ
Napkin ตามความหมายของคนอังกฤษคือผ้าเช็ดปาก สีขาวๆ ที่มีบนโต๊ะอาหารทั่วไป
แต่ Napkin ในความหมายของคนอเมริกัน คือ Sanitary Napkin ก็คือผ้าอนามัยค่ะ
โชคดีที่ดิฉันเดินเข้ามาทัน เรื่องก็เลยจบลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งอังกฤษ และอเมริกัน ต่างกอดคอขอโทษขอโพยกันใหญ่
พวฝรั่งนี่ดีอย่างนะคะ...
คนไทยก็ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างในเรื่องนี้
คือฝ่ายใดรู้ตัวว่าผิดก็ยอมรับ และก็ขอโทษ
เคลียร์แล้วก็จบกันไป ไม่เก็บมาเจ้าคิดเจ้าแค้นกันวันหลังค่ะ
เป็นอุทธาหรณ์ให้ระมัดระวังในความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติและวัฒนธรรมด้วยค่ะ
ยกตัวอย่างคำที่พบบ่อยๆ เลยนะคะ
1. Can กระป๋อง / คนอังกฤษเรียก Tin
2. Zip Code รหัสไปรษณีย์ / คนอังกฤษเรียก Post Code
3. Gas น้ำมัน / คนอังกฤษเรียก Petrol
4. Eraser ยางลบ / คนอังกฤษเรียก Rubber
5. First Floor ชั้น1 ในห้างหรืออาคาร (ชั้นที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นดิน)/ คนอังกฤษเรียก Ground Floor ค่ะ
นี่เป็นตัวอย่างคำที่เจอบ่อยสุดๆ นะคะ หาอ่านเพิ่มเติมได้ใน Web ต่างๆ
เป็นเรื่องของ British English & American English ค่ะ
ขอให้ศึกษากันไว้นิดนึง จะได้ไม่เข้าใจผิดนะคะ
แนะนำ web link ศัพท์ภาษาอังกฤษ แบบอังกฤษ และอังกฤษ แบบอเมริกัน ให้รู้จักตาม Link ด้านล่างนะคะ ^v^
http://ict.moph.go.th/English/content/ae_be_01.htm
เดินเข้าไปฟังแล้วก็ให้นึกขำในเรื่องความต่างของภาษาอังกฤษด้วยกัน
ขนาดคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เหมือนกันยังมายืนทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดง แล้วเราล่ะ จะเหลืออะไร๊?
เรื่องก็มีอยู่ว่า ขณะเพื่อนทั้งสองกำลังทานอาหารอยู่นั้น เพื่อนชาวอังกฤษก็เอ่ยขึ้นว่า
"นี่เธอ ช่วยหยิบ Napkin ให้ผืนนึงสิจ๊ะ" ^^
เพื่อนอเมริกันไม่รอช้า วิ่งเข้าห้องไปหยิบผ้าอนามัยมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร 1 แผ่น...
เพื่อนอังกฤษก้มหน้านิ่ง สักพัก ก็เงยหน้าขึ้นมาถามเพื่อนอเมริกันว่า เธอเกลียดอะไรชั้นเหรอ?
แล้ววิวาทะ ก็เริ่มเปิดฉาก.... จนกระทั่งดิฉันเดินเข้ามา
เรื่องนี้เกิดจากการแปลความหมายของคำว่า Napkin ของทั้งสองชาตินั้นต่างกันค่ะ
Napkin ตามความหมายของคนอังกฤษคือผ้าเช็ดปาก สีขาวๆ ที่มีบนโต๊ะอาหารทั่วไป
แต่ Napkin ในความหมายของคนอเมริกัน คือ Sanitary Napkin ก็คือผ้าอนามัยค่ะ
โชคดีที่ดิฉันเดินเข้ามาทัน เรื่องก็เลยจบลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งอังกฤษ และอเมริกัน ต่างกอดคอขอโทษขอโพยกันใหญ่
พวฝรั่งนี่ดีอย่างนะคะ...
คนไทยก็ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างในเรื่องนี้
คือฝ่ายใดรู้ตัวว่าผิดก็ยอมรับ และก็ขอโทษ
เคลียร์แล้วก็จบกันไป ไม่เก็บมาเจ้าคิดเจ้าแค้นกันวันหลังค่ะ
เป็นอุทธาหรณ์ให้ระมัดระวังในความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติและวัฒนธรรมด้วยค่ะ
ยกตัวอย่างคำที่พบบ่อยๆ เลยนะคะ
1. Can กระป๋อง / คนอังกฤษเรียก Tin
2. Zip Code รหัสไปรษณีย์ / คนอังกฤษเรียก Post Code
3. Gas น้ำมัน / คนอังกฤษเรียก Petrol
4. Eraser ยางลบ / คนอังกฤษเรียก Rubber
5. First Floor ชั้น1 ในห้างหรืออาคาร (ชั้นที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นดิน)/ คนอังกฤษเรียก Ground Floor ค่ะ
นี่เป็นตัวอย่างคำที่เจอบ่อยสุดๆ นะคะ หาอ่านเพิ่มเติมได้ใน Web ต่างๆ
เป็นเรื่องของ British English & American English ค่ะ
ขอให้ศึกษากันไว้นิดนึง จะได้ไม่เข้าใจผิดนะคะ
แนะนำ web link ศัพท์ภาษาอังกฤษ แบบอังกฤษ และอังกฤษ แบบอเมริกัน ให้รู้จักตาม Link ด้านล่างนะคะ ^v^
http://ict.moph.go.th/English/content/ae_be_01.htm
วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

